MusiC

ผลประกาศประกวดแต่งเพลงรักษ์โลกออกมาแล้ว
ที่เราเคยเล่าไว้ใน entry ก่อนหน้านี้ว่าส่ง
เพลงความฝันของผีเสื้อ [Butterfly Effect] ไปประกวด
ปรากฎว่าได้รางวัลชมเชยล่ะ :)
ก็ยังดีกว่าไม่ได้นะ555 ดีใจจัง...
ถือว่าเป็นเพลงแรกที่แต่งแบบเต็มเพลงออกมาเป็นตัวเป็นตนเลย
และลิขสิทธิ์ก็ตกเป็นของผู้จัดงานไปเรียบร้อย555 T-T
แถมเค้ายังมีสิทธิ์ในการเรียบเรียง ดัดแปลงตอนทำเป็นเพลงจริงๆได้อีกต่างหาก
...ความกังวลใจเล็กๆท่ามกลางความปิติ -_-"
เห็นว่าเสร็จแล้วจะเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ และรวมเป็นอัลบั้ม
ไม่แน่ใจว่าชมเชยจะได้เอาไปทำด้วยรึเปล่านะ ติดตามต่อไป...
ยังไงถ้าเพลงนี้ได้เป็นประโยชน์กับโลกบ้างซักนิ๊ดส์ก็ดีใจแล้วล่ะ

คราวที่แล้วเคยเอา Version นิทานมาลง >>
http://--ame--.exteen.com/20080514/butterfly-effect

คราวนี้ก็เอาเป็น Version (เนื้อร้อง)เพลงมาลงบ้างนะ
Demoที่อัดส่งด้วย MP3ก๋องแก๋ง เล่นกีต้าร์และร้องเองด้วยความรันทดนั้น...
ไม่กล้าเอามาลงนะ
ถ้าโชคดี(หรือร้าย?) เค้าเอาไปอัดเป็นเพลงสมบูรณ์ก็จะค่อยเอามาให้ฟังละกันนะ:)

~ ความฝันของผีเสื้อ [Butterfly Effect] ~

     ผีเสื้อน้อยลอยเสาะบินตามหา  เจ้ากลีบบาน  อยู่ที่ใด
ปีกช่างล้า  อากาศช่างร้อน  ยิ่งมองก็เจอแต่ฝุ่นควัน

     นึกสงสัยจึงเอ่ยคำพร่ำถาม โอ้แม่จ๋า  ตอบฉันที
โลกใบนี้มันช่างโหดร้าย  เจ้าหมู่แมกไม้อยู่ที่ไหน

     แม่ผีเสื้อจึงเล่าคำกล่าวขาน  ของวันวาน  ที่หายไป
โลกใบนี้เคยสวยงามสดใส    แต่โดนทำร้ายโดยผู้คน

* ตัดต้นไม้ปลูกเมือง  สิ้นเปลืองใช้แต่ไม่เคยคิดรักษา
   ได้ยินเขาเล่ากล่าวบอกมา  เด็ดดอกไม้แค่เพียงดอกเดียว
   สะเทือนไปไกลถึงดวงดารา

     **ได้ยินดังนั้นลูกผีเสื้อคิดกลับมุมกัน  ถ้าฉันช่วยเจ้าเกสรของดอกไม้
          ผสมจนเกิดไม้ดอกใหม่  คงมีคุณมากมาย
          ไม่รอช้า  ฝันว่าดอกไม้  สักวันจะบานทั่วท้องจักรวาล

เรื่องเล็กน้อยเราอาจมองไม่เห็น  ความเปลี่ยนแปลง  อันยิ่งใหญ่
หากร่วมแรง ค่อยสร้างค่อยสม  สักวันความฝันคงเป็นจริง (ซ้ำ *, **, **)

แล้วก็นี่เป็นอธิบายแนวคิด ถ้าขี้เกียจอ่านก็ข้ามไปเลยก็ได้นะ:)

ชื่อเพลง : ความฝันของผีเสื้อ [Butterfly Effect]

แนวคิดหลัก : การมองในมุมกลับเพื่อการเริ่มต้นสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับโลก

อธิบายแนวคิดและความหมายของเนื้อหาในเพลง :

เพลงความฝันของผีเสื้อ [Butterfly Effect] เริ่มต้นจากประโยคที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า
“เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว”โดยนำมามองในมุมกลับกัน
เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจรวมถึงกำลังใจในการช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ
และสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับโลก

ใช้เทคนิคการนำเสนอผ่านเรื่องราวน่ารักๆของผีเสื้อสองตัว ลูกผีเสื้อในเมืองใหญ่รู้สึกถึง
ความเลวร้ายของธรรมชาติรอบตัวที่ทั้งอากาศร้อนและหาดอกไม้ต้นไม้ได้น้อยเต็มที
จึงถามแม่ของตนว่าทำไมโลกของเราจึงเป็นเช่นนี้ แม่ผีเสื้อจึงเล่าให้ฟังว่า
เมื่อก่อนนี้เขาเล่ามาว่าโลกของเรานั้นเคยสวยงามสดใส แต่ก็โดนผู้คนหรือ “มนุษย์” ทำลาย
ทั้งตัดต้นไม้ทั้งสิ้นเปลืองใช้ทรัพยากรโดยที่ไม่คิดจะรักษา
มีคนเคยกล่าวไว้ว่า“เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว”
เมื่อมนุษย์ทำสิ่งเลวร้ายเช่นนี้ โลกจึงไม่อาจสวยงามเหมือนเดิมได้

เมื่อลูกผีเสื้อได้ยินดังนั้น จึงเกิดความคิดในมุมกลับกันจากความไร้เดียงสาว่า
แค่เด็ดดอกไม้ดอกเดียวยังสะเทือนถึงดวงดาวได้ ดังนั้นถ้าหากเขาใช้ประโยชน์ของความเป็นผีเสื้อ
ที่สามารถช่วยให้เกสรของดอกไม้ตามธรรมชาติผสมพันธุ์กันจนเกิดเป็นดอกไม้ดอกใหม่ได้
การกระทำของเขาก็จะสามารถทำให้ดอกไม้เบ่งบานไปได้ทั่วจักรวาล
อีกหนึ่งจุดสำคัญที่เราควรเอาเป็นแบบอย่างนั้นก็คือ
การที่ลูกผีเสื้อคิดได้แล้วก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มลงมือทำสิ่งดีๆให้กับโลก
โดยไม่มัวคำนึงว่าตัวเองนั้นเป็นเพียงผีเสื้อตัวเล็กๆ
การกระทำของเขาอาจไม่ทำให้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
แต่เขากลับลงมือทำทันทีโดยฝันว่าสักวันดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาลได้
หากเราทุกคนคิดที่จะเริ่มลงมือกระทำสิ่งดีๆให้กับโลก
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนในชีวิตประจำวัน
การประหยัดทรัพยากร การรักษาธรรมชาติ แต่ละคนอาจนับได้เพียงหนึ่งแต่หากร่วมกันทุกคน
ก็จะกลายเป็นแสนเป็นล้านได้
เปรียบดั่งภาพทุกภาพล้วนเกิดจากจุดเล็กๆนับล้านรวมกันจนเห็นเป็นรูปต่างๆ
หากเราผู้ซึ่งเป็นมนุษย์ ต้นเหตุของการทำลายโลกไม่มีจิตสำนึกที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อโลก
มันก็ช่างน่าอายเจ้าลูกผีเสื้อตัวเล็กๆเป็นยิ่งนัก

ช่วงนี้รู้สึกว่า
ทำไมชีวิตเรามักจะมีอดีตอันหอมหวานที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่ฝังลึก
ตั้งแต่เด็กๆมา ก็มีเรื่องราวมากมายที่ได้ข้ามผ่าน
แต่ไม่รู้ทำไม เรามักจะจำเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาไม่ได้อย่างชัดเจน
(เป็นอัลไซเมอร์เหรอ ม่ายยยยยย~!)
สำหรับปัจจุบัน มันมักเป็นอดีตที่คลุมเครือแต่ฝังแน่นอยู่ในความรู้สึก
มันเป็นความทรงจำในรูปของความรู้สึกที่ไม่อาจลบล้าง
ความจริงหลายๆอย่างเราก็อยากจะจำได้
แต่สำหรับบางอย่างมันอาจจะเป็นการดีที่ความเจ็บของเราจะได้ไม่ชัดเจนมากนัก
อย่าเข้าใจผิดนะ เราไม่ได้หมายถึงเรื่องความรักอกหักอะไรหรอก
มันเป็นหลากหลายเรื่องราวของชีวิต ที่คงจะเล่าไม่ไหว...

อย่างน้อยเราก็เรียนรู้ว่าแม้บางความรู้สึกมันเป็นสิ่งที่ไม่อาจลบเลือน
แต่เวลา ก็สามารถช่วยเจือจางได้
และหากวันนี้ต้องเจอกับเรื่องราวเจ็บปวด
สุดท้ายมันก็จะผ่านพ้นไป

มาเข้าเรื่องเพลงดีกว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องข้างบนหรอกนะ
แค่อยากระบาย(=ลงสี?)เฉยๆ...ไม่ว่ากันนะ:)
เพลงนี้นอกจากจะเป็นเพลงของวงเราเองที่ได้จับพลัดจับผลูออกอัลบั้มอินดี้
อืมม...พูดว่าวงเราก็รู้สึกแปลกๆนิดนึง คือจริงๆเราเคยอยู่มากกว่า 1 วง
นี่ก็เป็นหนึ่งในวงที่เราได้มีโอกาสร่วมเล่น(กีต้าร์) ไม่ใช่วงดั้งเดิมที่เล่นกับเพื่อนๆมาแต่มัธยม
แต่ก็เนียนดึงนักร้องของวงสมัยมัธยมมาร้องด้วย
ใช้คำว่า "ร้องด้วย" หมายความว่าวงนี้มีนักร้องมากกว่า 1 คน555
มี 2 คน หญิงคน ชายคน
พูดมาตั้งนานยังไม่บอกชื่อวงเลย วงมีชื่อว่า
Little Monkey
ออกอัลบั้มเมื่อปี 48 ตอนนี้ไม่ได้ทำต่อ
คนที่ตาม Blog นี้มาเรื่อยๆก็คงเคยได้ผ่านหูผ่านตาใน Entry ก่อนหน้านี้
ที่เอาเพลง Still มาลง

http://--ame--.exteen.com/20070505/still-little-monkey

เพลงนี้ชื่อว่าเพลง "หากว่าเธอนั้นปวดร้าว"
เคยขึ้นชาร์ตถึงอันดับที่ 20 ใน 104.5 Fat Radio
เป็นเพลงที่เรามีโอกาสได้แต่งเนื้อร้องเช่นเดียวกับเพลง Still
แต่ต่างตรงที่เพลงนี้พี่คนแต่งเพลงเค้ามีประโยคขึ้นต้นมาก่อน
"หากว่าเธอนั้นปวดร้าว อยู่ลำพังน้ำตาก็ไหลริน..."
พร้อมกับ Concept ของเพลง ส่งให้เรามาแต่งต่อ
ผลออกมาก็เป็นเช่นนี้แลหนา~
ถ้าว่างก็ลองฟังดูนะ :)

หนึ่งในความทรงจำอันคลุมเครือของเรา...

หากว่าเธอนั้นปวดร้าว
เนื้อร้อง จุลดิส พิณภิรมย์, กนกพร ตรีครุธพันธ์
ทำนอง จุลดิส พิณภิรมย์
เรียบเรียง จุลดิส พิณภิรมย์